บริการสำรวจพื้นที่ฟรี! 02-285-4020-24

TH | EN

บริการของเรา

แมลงสาบ (Cockroaches)

แมลงสาบ เป็นแมลงดึกดำบรรพ์ที่สามารถอาศัยอยู่ได้ทุกที่ กินได้ทุกอย่าง และมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์กว่า 4,000 ชนิดทั่วโลก โดยส่วนมากที่พบในประเทศไทยนั้น มีไม่กี่สายพันธุ์ ประกอบด้วย แมลงสาบอเมริกัน แมลงสาบออสเตรเลีย แมลงสาบเยอรมัน และแมลงสาบลายน้ำตาล เป็นต้น

โดย แมลงสาบสามารถนำเชื้อโรคต่างๆ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือโปรโตซัว มาสู่มนุษย์โดยเชื้อโรคต่างๆ จะติดมาตาม ขา หนวด หรือลำตัว และทางเดินอาหารของแมลงสาบ ในขณะที่ออกหากิน แมลงสาบจะชอบหากินบริเวณที่เป็นสิ่งปฏิกูล และระหว่างเดินจะสำรอก และถ่ายมูลออกไปตลอดทาง ดังนั้นโรคที่นำโดยแมลงสาบส่วนใหญ่จึงเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง บิด ไทฟอยด์ และอาหารเป็นพิษ และแมลงสาบยังสามารถเป็นพาหะก่อให้เกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคเรื้อน กาฬโรค ตับอักเสบ หอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคผิวหนัง และมีรายงานว่าแมลงสาบเป็นโฮสต์ ของ พยาธิต่างๆอีกด้วย


แมลงสาบมีการเจริญเติบโตแบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete metamorphosis)

ประกอบด้วย 3 ระยะ คือ ไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย บางชนิดสามารถวางได้ถึง 90 ฝัก และจะลอกคราบหลายครั้งจนเป็นตัวเต็มวัย ที่มีขนาด 1-8 เซนติเมตร แล้วแต่ชนิด


วงจรชีวิตแมลงสาบ

  1. ไข่ของแมลงสาบมีปลอกหุ้ม เรียกว่าฝักไข่ โดยทั่วไปประมาณ 16-30 ฟอง ไข่ของแมลงสาบจะฟักในระยะเวลา 1-3 เดือน
  2. ตัวอ่อนที่ฟักออกมาจะมีสีขาวและไม่มีปีก เมื่ออายุ 3-4 สัปดาห์จะลอกคราบ ซึ่งตัวอ่อนจะมีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัย แต่ไม่มีปีก
  3. ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ ปากเป็นแบบกัดกิน สามารถกินอาหารได้ทุกชนิด ชอบออกหากินเวลากลางคืนและมักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่มีบางชนิดชอบหากินตอนกลางวัน


สาระน่ารู้

  • หนวดทั้งสองเส้นของแมลงสาบ เปรียบเสมือนเรดาร์ในการหาอาหาร หรือดมกลิ่น
  • แมลงสาบชอบอาศัยอยู่ในที่มืดๆ มีความชื้นสูง และมักออกหากินในเวลากลางคืน
  • แมลงสาบที่หัวขาดออกจากตัว ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกเป็นอาทิตย์ ด้วยเหตุผลที่ว่า แมลงสาบไม่มีแรงดันเลือดเมื่อหัวของมันขาดออกจากตัว แผลจึงสมานกันได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งสามารถหายใจผ่านท่อหายใจเล็กๆ ตามร่างกาย
  • แมลงสาบอเมริกันเจ้าแห่งความเร็ว โดยมีความเร็วเฉลี่ย 2.0 ไมล์ต่อชั่วโมง หากเปรียบเทียบกับสัตว์ใหญ่จะมีความเร็วพอๆ กับเสือชีตาห์เลยทีเดียว


การทำบริการกำจัดแมลงสาบ

  • สำรวจพื้นที่บริเวณที่เกิดปัญหา สำหรับการวางแผนแบบผสมผสานในการป้องกันและกำจัดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • การฉีดพ่นสารเคมี ทั้งภายในและภายนอกตัวอาคารตามบริเวณจุดหลบซ่อนต่างๆ
  • การใช้เหยื่อชนิดเจล สำหรับบริเวณที่เข้าถึงได้ยากและมีความเสี่ยงกว่าจุดอื่น



มั่นใจ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม